เลี้ยงจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (PSB) คืออะไร? พร้อมสูตรและวิธีทำใช้เองง่ายๆ ที่บ้าน
เลี้ยงจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (PSB) คืออะไร? พร้อมสูตรและวิธีทำใช้เองง่ายๆ ที่บ้าน
หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการปลูกผัก ทำสวน หรืออยากลดการใช้สารเคมี เชื่อว่าต้องเคยได้ยินชื่อ “จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง” (Photosynthetic Bacteria: PSB) น้ำหมักสีแดงข้นยอดฮิตอย่างแน่นอน มาดูกันว่าจุลินทรีย์ชนิดนี้มีดีอย่างไร และมีขั้นตอนการทำอย่างไรให้ติดง่าย ไม่เน่าดำ ฟ้าสยามเลยอยากจะมาให้ความรู้เรื่อง จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ว่าทำไมเพราะอะไรกัน
ทำไมต้องใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง?
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยพลังงานจากแสงแดดในการเจริญเติบโต มีประโยชน์มหาศาลต่อการเกษตร ได้ดังนี้
- ตรึงไนโตรเจน (N): ช่วยเปลี่ยนก๊าซไนโตรเจน (N) ให้เป็นสารอาหารที่พืชดูดซึมได้ทันที
- การบำรุงราก: การกระตุ้นการแตกรากใหม่ ช่วยให้รากพืชดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น
- การลดก๊าซพิษในดิน: การย่อยสลายสารอินทรีย์และก๊าซไข่เน่า (สาเหตุหลักของโรครากเน่า)
- ช่วยในการปรับสภาพดิน: ช่วยทำให้ดินร่วนซุย และย่อยสลายธาตุอาหารตกค้างภายในดิน ที่เกิดขึ้นจากใช้สารเคมีมากเกินไป
เราจะไปดูขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ และ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมกันน้าาาา
1. ไข่ไก่ 1 ฟอง (เพราะไข่ไก่เป็นแหล่งอาหารที่เป็น หรือแหล่งโปรตีนอาหารหลักของเชื้อ)
2. นํ้าปลา 1 ช้อนโต๊ะ
3. ผงชูรส 1 ส่วน 2 ช้อนโต๊ะ (ช่วยเพิ่ม ไนโตรเจนชูกำลังขยายเชื้อ หรือ ธาตุ N)
4. นํ้าเปล่า แนะนเป็นการใช้นํ้าคลอง นํ้าสระ นํ้าตู้ปลา หรือ นํ้าฝน แต่ถ้าหากเป็นนํ้าประปาควรตากแดดทิ้งไว้สัก 2-3 วันเพื่อที่จะไล่ คลอรีนก่อน
5. ขวดพลาสติกใส สำหรับใส่ ขนาด 1.5 ลิตร (ต้องเป็นขวดใส เพื่อให้แสงแดดส่องผ่านได้ และเราสามารถมองเห็นสี ของเชื้อได้)
ขั้นตอนการทำ ง่ายแสนง่าย
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมอาหารจุลินทรีย์
ตอกไข่ไก่ใส่ถ้วย เติมน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ และผงชูรส 1/2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันเหมือนทำไข่เจียว
ขั้นตอนที่ 2: ผสมลงขวด
กรอกน้ำใส่ขวดพลาสติกใส โดย เว้นพื้นที่ว่างตรงปากขวดไว้เล็กน้อย (สำหรับระบายแก๊ส) จากนั้นตักส่วนผสมไข่ที่ตีไว้ใส่ลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำ 1.5 ลิตร
* ข้อระวัง: อย่าใส่ไข่เยอะเกินไป เพราะจะทำให้น้ำเน่าเป็นสีดำก่อนที่เชื้อจุลินทรีย์จะโต *
ขั้นตอนที่ 3: เขย่าและตากแดด
ปิดฝาขวดให้แน่นแล้วเขย่าให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นนำขวดไป วางตั้งในจุดที่โดนแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน
ขั้นตอนที่ 4: การดูแลระหว่างหมัก
- คายแก๊ส: คลายฝาขวดออกเล็กน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อระบายแก๊สที่เกิดขึ้น
- เขย่าขวด: เขย่าขวดวันละ 1 ครั้ง เพื่อให้ไข่ที่ตกตะกอนกระจายตัวและได้รับแสงทั่วถึง
ใช้เวลานานแค่ไหน?
หมักทิ้งไว้ประมาณ 2–4 สัปดาห์ น้ำในขวดจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีขุ่นเป็นสีชมพู และกลายเป็น สีแดงเข้ม ในที่สุด (แสดงว่าเชื้อขยายตัวสำเร็จพร้อมใช้งาน)
วิธีนำไปใช้งาน
- รดลงดิน (บำรุงรากและดิน): ผสมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 50–100 มล. ต่อ น้ำสะอาด 20 ลิตร รดโคนต้นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- ฉีดพ่นทางใบ (เร่งการสังเคราะห์แสง): ผสม 20–50 มล. ต่อ น้ำสะอาด 20 ลิตร ฉีดพ่นช่วงเช้าแดดอ่อนๆ
ฟ้าสยามแนะนำเทคนิคยังไงให้ เพราะเชื้อติด 100%
1. แสงแดดคือหัวใจสำคัญ: ต้องตากแดดจัดจริงๆ ห้ามวางในร่ม เพราะถ้าแดดไม่พอ น้ำจะเน่าดำ
2. ใช้หัวเชื้อช่วย (ถ้ามี): หากมีน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีแดงขวดเก่าอยู่แล้ว ให้เทผสมลงไปด้วยประมาณ 1/4 ของขวด จะช่วยให้ติดสีแดงไวขึ้นภายใน 5–7 วันครับ
คคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (FAQ)
Q1: ทำไมหมักแล้วน้ำกลายเป็นสีดำ หรือเทาเหม็น ไม่ยอมเป็นสีแดง?A: สาเหตุหลักเกิดจาก 2 ปัจจัย ครับ แสงแดดไม่พอ: วางขวดในที่ร่มหรือโดนแดดน้อยเกินไป ทำให้แบคทีเรียเน่าเสียโตแทนที่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ใส่ไข่เยอะเกินไป: สัดส่วนอาหารเข้มข้นเกินกว่าที่เชื้อดั้งเดิมในน้ำจะย่อยสลายทัน ทำให้น้ำเน่าก่อน วิธีแก้: นำไปตากแดดจัดเพิ่มขึ้น หากผ่านไป 1 เดือนยังดำอยู่ แนะนำให้เททิ้งทำใหม่ครับ
Q2: ใช้น้ำประปาทำได้ไหม? A: ทำได้ครับ แต่ต้องนำน้ำประปาใส่ภาชนะเปิดฝา ตากแดดทิ้งไว้ 2–3 วัน เพื่อให้สารคลอรีนระเหยออกจนหมดก่อนนำมาทำ เพราะคลอรีนมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้หมักไม่ติดครับ
Q3: ถ้าทำติดเป็นสีเขียว แทนที่จะเป็นสีแดง ยังใช้ได้ไหม? A: ใช้ได้ตามปกติครับ! สีเขียวเกิดจากจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงกลุ่มที่มีคลอโรฟิลล์ (เช่น Green Sulfur Bacteria) ซึ่งมีคุณประโยชน์ในการบำรุงพืชและปรับสภาพดินไม่ต่างจากกลุ่มสีแดงครับ
Q4: สามารถเก็บไว้ได้นานแค่ไหน? มีวันหมดอายุไหม? A: หากหมักจนเป็นสีแดงเข้มแล้ว สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยวางขวดไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงบ้าง (ไม่ต้องตากแดดจัดเหมือนตอนหมักแรกๆ) เพื่อให้เชื้อยังมีชีวิตอยู่เรื่อยๆ ครับ
Q5: ฉีดพ่นหรือรดต้นไม้บ่อยแค่ไหนถึงจะกำลังดี? A: แนะนำให้ใช้ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ถือเป็นความถี่ที่เหมาะสมที่สุด การรดหรือฉีดพ่นบ่อยเกินไปอาจทำให้ดินมีความชื้นสูงเกินความจำเป็น และควรใช้ในอัตราส่วนเจือจางตามที่แนะนำเสมอครับ
Q6: ใช้นมเปรี้ยวผสมลงไปตอนหมักด้วยได้ไหม จะได้ประโยชน์คูณสอง? A: ไม่แนะนำครับ เพราะในนมเปรี้ยวมีจุลินทรีย์คนละสายพันธุ์ (แลคโตบาซิลลัส) ที่โตในที่ร่มและชอบกินน้ำตาล หากใส่ลงไปจะเกิดการแย่งอาหารและทำให้น้ำเน่าดำได้ง่าย แนะนำให้แยกทำคนละสูตรแล้วค่อยนำมารดพร้อมกันครับ
กลับหน้าหลัก